15 พฤษภาคม 2539

งบการเงินรวมไตรมาส1 31/03/39 บมจ.ซิโน-ไทยฯ

รายงานการสอบทานงบการเงินระหว่างกาลรวม บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 เสนอ ผู้ถือหุ้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ข้าพเจ้าได้สอบทานงบดุลรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 งบกำไร ขาดทุนและกำไรสะสมรวม สำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละงวดของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ตามมาตรฐานที่ กำหนดโดยสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย การสอบทานงบการเงินระหว่างกาลรวมนี้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย การทำความเข้าใจ เกี่ยวกับระบบในการจัดทำงบการเงิน การใช้วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบในการวิเคราะห์ข้อมูล ทางการเงิน และการสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทางการเงินและบัญชี ซึ่งการ สอบทานนี้มีขอบเขตจำกัดกว่าการตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป เพื่อแสดง ความเห็นต่องบการเงินรวมมาก ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่อาจแสดงความเห็นต่องบการเงินรวมที่ สอบทานได้ งบการเงินของบริษัท อ่าวขามไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 ที่รวมอยู่ในงบการเงินระหว่างกาลรวม สำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันเดียวกัน มียอดสินทรัพย์เป็นร้อยละ 6.81 ของสินทรัพย์รวมและรายได้เป็นร้อยละ 0.81 ของรายได้รวม จัดทำโดยผู้บริหารของบริษัทย่อยซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจสอบหรือสอบทาน โดยผู้สอบบัญชีตามมาตรฐานการสอบบัญชีหรือมาตรฐานการสอบทานงบการเงิน ดังที่กล่าวในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 3 ในปี 2537 บริษัทได้เปลี่ยนวิธีการ บันทึกบัญชี เงินลงทุนในบริษัทร่วม จากวิธีราคาทุนเป็นวิธีส่วนได้เสีย โดยส่วนได้เสียในกำไรของ บริษัทร่วมในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 จำนวนเงิน 22.51 ล้านบาท และ 14.44 ล้านบาท ตามลำดับ ได้ถือตามข้อมูลที่จัดทำโดย ผู้บริหารของบริษัทร่วม ข้าพเจ้าไม่พบสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งควรนำมาปรับปรุงงบการเงินระหว่างกาลรวม นี้ให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป จากการสอบทานของข้าพเจ้าดังกล่าวข้างต้น (นายนิรันดร์ ลีลาเมธวัฒน์) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 2316 บริษัท สำนักงาน พีทมาร์วิค สุธี จำกัด กรุงเทพฯ 10 พฤษภาคม 2539 บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบดุลรวม (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) 31 มีนาคม (จำนวนเงินพันบาท) สินทรัพย์ 2539 2538 สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสดและเงินฝากธนาคาร 79,626 70,348 ตั๋วเงินรับ - บริษัทการเงิน 1,410,979 380,000 เงินลงทุนระยะสั้น 373,173 447,831 ลูกหนี้การค้า - สุทธิ (หมายเหตุ 2) 1,541,704 1,358,716 ลูกหนี้บริษัทร่วมและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน - สุทธิ 43,663 84,597 ลูกหนี้เงินประกันผลงาน - สุทธิ 267,286 319,639 สินค้าคงเหลือ-สุทธิ 187,884 129,707 งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา (หมายเหตุ 2) 407,376 674,740 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 99,619 88,158 รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 4,411,310 3,553,736 เงินให้กู้ยืม และเงินทดรองแก่กรรมการและลูกจ้าง 18,207 20,385 เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทร่วมและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 4,240 4,240 เงินลงทุน (หมายเหตุ 3) 1,016,301 453,949 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ 1,416,065 389,218 อาคารชุด 156,432 159,184 เงินล่วงหน้าซื้ออาคารชุด 65,224 63,500 ส่วนเกินของราคาทุนที่สูงกว่าราคาตามบัญชีของเงินลงทุน (หมายเหตุ 1) 102,025 - สินทรัพย์อื่น 117,011 127,029 รวมสินทรัพย์ 7,306,815 4,771,241 ________________________ ________________________ กรรมการ กรรมการ ดูหมายเหตุประกอบงบการเงินรวม บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบดุลรวม (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) (จำนวนเงินพันบาท) 31 มีนาคม หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 2539 2538 หนี้สินหมุนเวียน เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากธนาคาร 416,228 77,474 เจ้าหนี้ทรัสต์รีซีท 8,338 4,133 เงินกู้ยืมระยะสั้น 947,000 30,000 เจ้าหนี้การค้า 661,407 685,344 เจ้าหนี้บริษัทร่วมและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 48,686 4,389 เงินรับล่วงหน้าตามสัญญา 225,517 221,247 หนี้สินหมุนเวียนอื่น 159,949 133,138 รวมหนี้สินหมุนเวียน 2,467,125 1,155,725 หุ้นกู้แปลงสภาพ (หมายเหตุ 4) 2,047,284 2,042,708 หนี้สินอื่น 17,809 6,421 ส่วนเกินของราคาตามบัญชีที่สูงกว่าราคาทุนของเงินลงทุน (หมายเหตุ 3) 65,541 - รวมหนี้สิน 4,597,759 3,204,854 ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย 82,335 - ส่วนของผู้ถือหุ้น ทุนเรือนหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท (หมายเหตุ 5) ทุนจดทะเบียน หุ้นบุริมสิทธิ 7,000,000 หุ้น 70,000 70,000 หุ้นสามัญ 68,000,000 หุ้น 680,000 680,000 ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว หุ้นบุริมสิทธิ 7,000,000 หุ้น 70,000 70,000 หุ้นสามัญ 23,000,000 หุ้น 230,000 230,000 ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 486,000 486,000 ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ (หมายเหตุ 6) 834,565 - กำไรสะสม จัดสรรแล้ว - สำรองตามกฎหมาย 37,685 14,530 ยังไม่ได้จัสรร 968,471 765,857 รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 2,626,721 1,566,387 รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 7,306,815 4,771,241 ________________________ ________________________ กรรมการ กรรมการ ดูหมายเหตุประกอบงบการเงินรวม บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบกำไรขาดทุนและกำไรสะสมรวม (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) (จำนวนเงินพันบาท ระยะเวลา 3 เดือน เว้นแต่กำไรต่อหุ้น) สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 2538 รายได้ (หมายเหตุ 2) รายได้จากงานก่อสร้างและการขาย 1,579,118 1,290,696 ส่วนของกำไรของบริษัทร่วม 22,514 14,439 รายได้อื่น 49,288 36,798 รวมรายได้ 1,650,920 1,341,933 ค่าใช้จ่าย (หมายเหตุ 2) ต้นทุนงานก่อสร้างและต้นทุนขาย 1,390,253 1,132,731 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 116,558 85,773 ดอกเบี้ยจ่าย 38,816 15,331 ภาษีเงินได้ 25,023 29,323 รวมค่าใช้จ่าย 1,570,650 1,263,158 กำไรสุทธิก่อนหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย 80,270 78,775 กำไรส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย 1,418 - กำไรสุทธิ 81,688 78,775 กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรต้นงวด 821,648 639,303 ส่วนปรับปรุงกำไรสะสมต้นปีของบริษัทย่อยที่นำมารวม ในงบการเงินรวม (15,340) - ค่าความนิยมของเงินลงทุนในบริษัทร่วมตัดบัญชีและส่วนแบ่งใน กำไรตามวิธีส่วนได้เสียในบริษัทร่วมยกมาต้นงวด (หมายเหตุ 3) 80,475 47,779 กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรสิ้นงวด 968,471 765,857 กำไรต่อหุ้น (บาท) 2.72 2.63 ดูหมายเหตุประกอบงบการเงินรวม บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย หมายเหตุประกอบงบการเงินรวม 31 มีนาคม 2539 และ 2538 (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) หมายเหตุ 1 - มูลฐานของงบการเงินรวม 1.1 มูลฐานในการจัดทำงบการเงินรวม งบการเงินรวมของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ที่นำมาจัดทำงบการเงินรวม ได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 1.2 เกณฑ์การเสนองบการเงินรวม งบการเงินรวมสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 ประกอบด้วย งบการเงินของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และงบการเงินของบริษัท ซิโน-ไทย คอนสตรัคชั่น เซอร์วิส จำกัด และบริษัท อ่าวขามไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทใหญ่ถือหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2539 ร้อยละ 99.99 และ 51.00 ตามลำดับ งบการเงินรวมสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2538 ประกอบด้วย งบการเงินของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และงบการเงินของ บริษัท ซิโน-ไทย คอนสตรัคชั่น เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทใหญ่ถือหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2538 ร้อยละ 99.99 ในการ จัดทำงบการเงินรวมได้ตัดรายการค้าและยอดคงเหลือระหว่างกันที่เป็นสาระสำคัญ ออกแล้ว 1.3 ส่วนเกินของราคาตามบัญชีที่สูงกว่าราคาทุนของเงินลงทุน และส่วนเกินของ ราคาทุนที่สูงกว่าราคาตามบัญชีของเงินลงทุน ส่วนเกินของราคาตามบัญชีที่สูงกว่าราคาทุนของเงินลงทุน ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทใหญ่ เข้าไปถือหุ้นในบริษัทย่อยในปีก่อน ๆ ได้ถูกตัดบัญชีและแสดงอยู่ในกำไรสะสม ณ วันซื้อ ส่วนเกินของราคาทุนที่สูงกว่าราคาตามบัญชีของเงินลงทุนในบริษัทย่อย แห่งหนึ่งมีกำหนดตัดบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายตามวิธีเส้นตรงภายในระยะเวลา 10 ปี หมายเหตุ 2 - สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ การรับรู้รายได้ รายได้จากงานก่อสร้างของบริษัทใหญ่บันทึกตามอัตราส่วนร้อยละของงานที่ทำเสร็จ ซึ่ง ประเมินโดยวิศวกรของบริษัท รายได้ที่บันทึกตามอัตราส่วนร้อยละของงานที่ทำเสร็จส่วนที่ เกินกว่ารายได้ที่มีการเรียกเก็บเงินตามใบกำกับสินค้าแล้วทั้งสิ้นบันทึกเป็นลูกหนี้การค้า รายได้อื่นบันทึกตามเกณฑ์สิทธิ การรับรู้ค่าใช้จ่าย ต้นทุนงานก่อสร้างบันทึกตามอัตราส่วนร้อยละของงานที่ทำเสร็จของราคาต้นทุนโดยประมาณ หรือตามต้นทุนงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริง ผลต่างระหว่างต้นทุนที่บันทึกตามอัตราส่วนร้อยละของ งานที่ทำเสร็จของราคาต้นทุนโดยประมาณและต้นทุนงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริง ในกรณีที่บริษัท บันทึกต้นทุนตามอัตราส่วนร้อยละของงานที่ทำเสร็จบันทึกเป็นงานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา ค่าใช้จ่ายบันทึกตามเกณฑ์สิทธิ หมายเหตุ 3 - การเปลี่ยนแปลงทางบัญชี ในปี 2537 บริษัทใหญ่ได้เปลี่ยนวิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทร่วมจากวิธีราคาทุนเป็น วิธีส่วนได้เสีย การบันทึกเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยวิธีส่วนได้เสียในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 ได้ใช้ข้อมูลทางการเงิน เพื่อการตีราคา เงินลงทุนที่จัดทำโดยผู้บริหารของบริษัทร่วม ซึ่งยังมิได้รับการตรวจสอบหรือสอบทานโดยผู้สอบ บัญชีตามมาตรฐานการสอบบัญชี หรือมาตรฐานการสอบทานงบการเงินสำหรับเงินลงทุนใน บริษัทร่วม ผลกระทบต่อกำไรสะสมยกมา ณ วันต้นงวดสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 หากได้ใช้วิธีการบัญชีเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียตั้งแต่วันที่ได้รับเงินลงทุน มาได้แสดงไว้เป็นรายการแยกต่างหากในงบกำไรขาดทุนและกำไรสะสม การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีดังกล่าวได้กระทำขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่กำหนด โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามหนังสือลงวันที่ 30 ธันวาคม 2536 ในปี 2539 และ 2538 บริษัทร่วมแห่งหนึ่งได้เพิ่มทุนจดทะเบียน โดยออกจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน ในราคาที่สูงกว่าราคาตามมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นใหม่ทั้งจำนวน โดยมีผลให้ส่วนได้เสียของบริษัทใน บริษัทร่วมดังกล่าวเพิ่มขึ้นจำนวน 43.12 ล้านบาท และ 25.71 ล้านบาท ตามลำดับ บริษัท ได้บันทึกส่วนได้เสียที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทร่วมดังกล่าวเป็นส่วนเกินของ ราคาตามบัญชีที่สู่งกว่าราคาทุนของเงินลงทุน โดยแสดงภายใต้หนี้สินไม่หมุนเวียนในงบการ เงินและมีกำหนดตัดบัญชีตามวิธีเส้นตรงภายในระยะเวลา 10 ปี ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุนจากวิธีราคาทุนเป็นวิธีส่วนได้เสียใน งบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 มีดังนี้ (จำนวนเงินล้านบาท นอกจากกำไรต่อหุ้น) ล้านบาท 2539 2538 เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 173.21 60.82 กำไรสะสมต้นงวดเพิ่มขึ้น 80.48 47.78 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 22.51 14.44 กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น (บาท) 0.75 0.48 หมายเหตุ 4 - หุ้นกู้แปลงสภาพ บริษัทใหญ่ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ไม่มีหลักประกัน มูลค่า 80,000,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อ วันที่ 17 ธันวาคม 2536 ดอกเบี้ยอัตรา 1.75% สุทธิจากภาษีหัก ณ ที่จ่าย กำหนดจ่าย ปีละครั้งในวันที่ 17 ธันวาคม ทุกปี เริ่มแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2537 แลชำระคืนในวันที่ 17 ธันวาคม 2546 ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2537 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2546 หุ้นกู้แต่ละหุ้นมีสิทธิแปลงสภาพ เป็นหุ้นสามัญของบริษัทที่ชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนแล้วได้ ในราคาที่กำหนดเบื้องต้น 424 บาท ต่อหุ้น ตามข้อบังคับของบริษัทบุคคลต่างประเทศอาจถือหุ้นของบริษัทเนื่องจากการใช้สิทธิแปลง สภาพหุ้นกู้ได้ไม่เกิน 45% ของทุนเรือนหุ้นของบริษัทที่ออก หากมีการแปลงสภาพหุ้นกู้ทั้งสิ้น จำนวนหุ้นสามัญทั้งสิ้นที่พึงออกจากการแปลงสภาพจะเท่ากับประมาณ 14% ของทุนเรือนหุ้นที่ ออกหลังจากแปลงสภาพแล้ว บริษัทใหญ่อาจไถ่ถอนหุ้นกู้บางส่วนหรือทั้งหมดได้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2539 เป็นต้นไป ในราคาตามมูลค่าหุ้นกู้ ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าหุ้นของบริษัทมีราคาปิดในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนไถ่ถอนไม่ต่ำกว่า 150% ของราคาไถ่ถอน ผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิเรียกให้บริษัทใหญ่ไถ่ถอนหุ้นกู้ในวันที่ 17 ธันวาคม 2539 ในราคา 112.1637% ของมูลค่าหุ้นกู้ บริษัทใหญ่มีแผนการเงินที่จะใช้เงินที่ได้จากการออกหุ้นเพื่อชำระหนี้ของบริษัท ให้กู้ยืมแก่ บริษัทในเครือ และใช้เป็นทุนหมุนเวียนของบริษัท ที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทได้มีมติเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2536 อนุมัติให้บริษัท ออกหุ้นกู้แปลงสภาพนี้ได้ และให้สำรองหุ้นสามัญที่ยังมิได้เรียกชำระ จำนวน 6 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เพื่อรองรับการแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญนี้ บริษัทใหญ่บันทึกสำรองเพื่อการไถ่ถอนหุ้นกู้ในราคาที่สูงกว่าราคาตามมูลค่าหุ้นกู้จำนวน 12.16 37% ในสัดส่วนร้อยละ 5 ของมูลค่าหุ้นกู้จำนวน 80,000 หุ้น โดยได้รวมภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไว้แล้วตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 12/2539 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2539 และครั้งที่ 20/2538 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2538 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 สำรองดังกล่าวมีจำนวนเงินประมาณ 13.68 ล้านบาท และ 9.10 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งได้แสดงเป็นส่วนหนึ่งของหุ้นกู้แปลงสภาพ หมายเหตุ 5 - ทุนเรือนหุ้น ที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ได้มีมติพิเศษ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2534 และ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2534 ให้เพิ่มทุนเรือนหุ้นของบริษัทจาก 255 ล้านบาท ซึ่งประกอบ ด้วยหุ้นบุริมสิทธิ 7 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท และหุ้นสามัญ 18.5 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เป็น 750 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นบุริมสิทธิ 7 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท และหุ้นสามัญ 68 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยนำหุ้นสามัญออกจำหน่ายครั้งแรก ในเดือนมิถุนายน 2535 จำนวน 4.5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 118 บาท บริษัทได้จด ทะเบียนเพิ่มทุนดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 ที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2536 ได้มีมติให้ยืนยันมติ พิเศษการเพิ่มทุนของที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2534 และวันที่ 22 พฤศจิกายน 2534 หมายเหตุ 6 - ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ในปี 2539 บริษัทใหญ่ได้ตีราคาที่ดินเพิ่มจำนวน 834.57 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมคณะ กรรมการบริหาร ครั้งที่ 12/2539 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2539 และได้บันทึกส่วนที่ตีราคา เพิ่มดังกล่าวเป็นส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ในส่วนของผู้ถือหุ้น หมายเหตุ 7 - เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ได้มีมติ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2539 และ 21 เมษายน 2538 ให้จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 7.00 บาท และ 4.25 บาท คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 210,000,000 บาท และ 127,500,000 บาท ตามลำดับ หมายเหตุ 8 - การจัดประเภทรายการใหม่ งบการเงินรวมงวด 2538 ที่นำมาแสดงเปรียบเทียบ ได้จัดประเภทรายการใหม่ให้ สอดคล้องกับงบการเงินรวมงวด 2539