16 May 2000

การเงินและงบการเงินรวมไตรมาสที่ 1/2543

กิจการที่เกี่ยวข้องกัน :- บริษัทย่อย บริษัท ซิโน-ไทย คอนสตรัคชั่น ให้เช่าและเป็นตัวแทน เซอร์วิส จำกัด จำหน่ายเครื่องมือเครื่อง จักรในการก่อสร้าง 30,000 99.99% 29,999 - - - บริษัท ซิโน-ไทย รีซอร์เซสดีเวล ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ ลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) 130,000 51.16% 201,442 67,215 - - รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อย 231,441 67,215 - - บริษัทร่วม บริษัท เอช ที อาร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ 500,000 47.6% 329,990 202,555 329,990 202,555 บริษัท ดีเคเค ซิโน-ไทย รับเหมาติดตั้งระบบ เอ็นจีเนียริ่ง จำกัด สายส่ง และโทรคมนาคม 8,000 35% 2,800 37,152 2,800 37,152 บริษัท เอซีเอส เอเชีย จำกัด ดำเนินธุรกิจแปรรูป โลหะขนาดเล็ก 10,000 50% 5,000 8,986 5,000 8,986 (หน่วย : พันบาท) ชื่อบริษัท ประเภทกิจการ ทุนชำระแล้ว สัดส่วน งบดุลเฉพาะบริษัท งบดุลรวม พันบาท เงินลงทุน วิธีตามราคาทุน วิธีส่วนได้เสีย วิธีตามราคาทุน วิธีส่วนได้เสีย บริษัท ไทย เมนเทนแนนซ์ ให้บริการดูแล คอนแทรคติ้ง จำกัด บำรุงรักษาโรงงาน อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ 12,315 25.14% 2,340 5,836 2,340 5,836 340,130 254,529 340,130 254,529 หัก ค่าเผื่อการลดราคาเงินลงทุน (8,986) (8,986) รวมเงินลงทุนในบริษัทร่วม 245,543 245,543 รวมเงินลงทุนกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 312,758 245,543 กิจการอื่น หลักทรัพย์เผื่อขาย บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ ทำการแปรรูปโลหะ จำกัด (มหาชน) เหล็กกล้า ผลิตหม้อ ไอน้ำ อุตสาหกรรม 250,000 10% 75,750 - 75,750 - บริษัท นครไทย สตริปมิลล์ จำกัด (มหาชน) 8,600,000 1.85% 110,000 - 110,000 - บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) 3,064,557 0.02% 10,033 - 10,033 - 195,783 195,783 หัก ค่าเผื่อการลดราคาหลักทรัพย์เผื่อขาย (154,796) (154,796) รวมหลักทรัพย์เผื่อขาย 40,987 40,987 เงินลงทุนทั่วไป บริษัท เอบีโก้ แลนด์ จำกัด 200,000 15% 30,000 - 30,000 - บริษัท นิธิภัทร ลิสซิ่ง จำกัด 15%, 129,568 800,000 11.25% 97,168 - - บริษัท เพอรอกซิไทย จำกัด 793,000 2.73% 21,650 - 21,650 - กองทุนรวมหุ้นบุริมสิทธิ-หุ้น กู้ด้อยสิทธิของธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 40,000,000 0.25% 100,000 - 100,000 - พันธบัตรรัฐบาล - - 23,888 - 23,888 - อื่น ๆ 87,732 - 92,531 - 360,438 - 397,637 - หัก ค่าเผื่อการลดราคาเงินลงทุนทั่วไป (131,667) - (156,595) - รวมเงินลงทุนทั่วไป 228,771 - 241,042 - รวมเงินลงทุนในกิจการอื่น 269,758 - 282,029 - เงินลงทุน เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 2543 งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท นโยบายการคิดต้นทุนกู้ยืมระหว่างกัน งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท พันบาท พันบาท กิจการอื่น 13-18% 13-18% ยอดคงเหลือต้นงวด 4,240 4,240 เงินให้กู้ยืมเพิ่มเติมระหว่างปี - - เงินให้กู้ยืมที่ได้ชำระคืน - - หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (90) (90) ยอดคงเหลือยกไปปลายงวด 4,150 4,150 2542 งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท นโยบายการคิดต้นทุนกู้ยืมระหว่างกัน งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท พันบาท พันบาท กิจการอื่น 13-18% 13-18% ยอดคงเหลือต้นงวด 4,240 4,240 เงินให้กู้ยืมเพิ่มเติมระหว่างปี - - เงินให้กู้ยืมที่ได้ชำระคืน - - หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (90) (90) ยอดคงเหลือยกไปปลายงวด 4,150 4,150 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 บริษัทบันทึกรับรู้ผลขาดทุนที่เกินกว่ามูลค่าเงินลงทุนใน บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าตามวิธีส่วนได้เสีย ในงบการเงินรวมจำนวน 20.41 ล้านบาท และ 35.87 ล้านบาท ตาม ลำดับ และในงบการเงินเฉพาะของบริษัทจำนวนเงินประมาณ 226.40 ล้านบาท และ 203.81 ล้านบาท ตามลำดับ ได้แสดงภายใต้หนี้สินอื่น การบันทึกเงินลงทุนในบริษัทร่วม และกิจการค้าร่วมค้า โดยวิธีส่วนได้เสียในงบการเงินสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31มีนาคม 2542 และ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 ได้ใช้ข้อมูลทางการเงินเพื่อการตีราคาเงินลงทุนที่จัดทำโดยผู้บริหารของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า ซึ่งยังมิได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต 2.2 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และ 2542 ประกอบด้วย งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท 31/03/43 31/03/42 31/03/43 31/03/42 พันบาท พันบาท พันบาท พันบาท เงินสดและเงินฝากธนาคาร 984,662 840,836 978,415 817,635 หัก เงินฝากธนาคารที่ติดภาระค้ำประกัน (947,744) (323,359) (947,521) (307,940) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด-สุทธิ 36,918 517,477 30,894 509,695 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 บริษัทมีเงินฝากธนาคาร จำนวน 947.74 ล้านบาท และ 854.31 ล้านบาท และ 947.52 ล้านบาท และ 854.09 ล้านบาท ตามลำดับ ในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะของบริษัทได้ใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อจากธนาคาร 2.3 ลูกหนี้การค้า ลูกหนี้การค้าอื่น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 แยกตามอายุลูกหนี้ที่ค้างชำระเกินกำหนดได้ดังนี้ งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท 31/03/43 31/12/42 31/03/43 31/12/42 พันบาท พันบาท พันบาท พันบาท เกินกำหนดชำระ ตั้งแต่ 1 เดือน ถึง 4 เดือน 245,819 321,921 236,663 308,425 มากกว่า 4 เดือนถึง 12 เดือน 29,152 57,877 29,062 54,575 มากกว่า 12 เดือน ขึ้นไป 363,486 359,891 327,954 327,807 รวม 638,457 739,689 593,679 690,807 บริษัทได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้ว 320,172 334,201 303,637 317,503 ลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระเกินกำหนดดังกล่าว บริษัทและบริษัทย่อยอยู่ระหว่างการเร่งรัดติดตามหนี้ และฝ่ายบริหารของบริษัทและบริษัทย่อย ได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้แล้ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายบัญชีที่กำหนด และคาดว่ามีเพียงพอ 2.4 เงินกู้ยืมระยะยาว บริษัทได้กู้ยืมเงินจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างประเทศซึ่งเป็นผู้ให้กู้ร่วม 19 แห่ง จำนวนเงิน 80,000,000 เหรียญ สหรัฐ และจากธนาคารต่างประเทศแห่งหนึ่งจำนวนเงิน 5,000,000 เหรียญสหรัฐ อัตราดอกเบี้ย SIBOR โดยมีกำหนด ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยภายในระยะเวลา 3 ปีจากวันที่มีการเบิกถอนเงินกู้และทุก 6 เดือนตามลำดับ และผู้ให้กู้มีสิทธิ เรียกร้องให้บริษัทได้ผิดชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดภายในระยะเวลา 2 ปีจากวันที่มีการเบิกถอนเงินกู้ ทั้งนี้มีข้อกำหนด การกู้ยืมที่สำคัญ เช่น การที่บริษัทจะต้องดำรงอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญให้เป็นไปตามข้อกำหนด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และ 31 ธันวาคม 2542 บริษัทได้ผิดนัดชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 93.5 ล้านเหรียญสหรัฐและ อัตราส่วนทางการเงินตามสัญญา ซึ่งอาจทำให้เจ้าหนี้สามารถเรียกหนี้เงินกู้คืนได้ทันที ดังนั้นบริษัทได้จัดประเภทราย การโดยแสดงไว้ภายใต้หนี้สินหมุนเวียนทั้งจำนวน และโปรดสังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 1.4 ในปี 2540 บริษัทย่อยได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมจากธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวนเงิน 117 ล้านบาท โดยมีกำหนดผ่อนชำระเงิน ต้นทุก 3 เดือน เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ครบกำหนด 1 ปี 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ในสัญญา รวมทั้งสิ้น 24 งวด ซึ่งผู้กู้จะ ต้องชำระคืนเงินต้นให้แก่ธนาคารให้เสร็จสิ้นภายใน 7 ปี นับตั้งแต่วันที่ในสัญญา และชำระคืนดอกเบี้ยทุกเดือน โดยเริ่ม ชำระดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนที่ทำการเบิกเงินกู้ครั้งแรกเป็นต้นไป ในปี 2541 บริษัทย่อยได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมจากธนาคารแห่งเดิมอีก จำนวนเงิน 30 ล้านบาท โดยมีกำหนดผ่อนชำระ เงินต้นทุก 3 เดือน เริ่มชำระงวดแรกเดือนกันยายน 2541 เป็นต้นไป รวมทั้งสิ้น 24 งวด ซึ่งผู้กู้จะต้องชำระคืนเงินต้นให้ แก่ธนาคารให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2547 และชำระคืนดอกเบี้ยทุกเดือน โดยเริ่มชำระดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนที่ ทำการเบิกเงินกู้ครั้งแรกเป็นต้นไป ระหว่างปี 2541 บริษัทย่อยได้ผิดนัดการชำระหนี้ และเงื่อนไขอื่นตามสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาวทั้งจำนวน ซึ่ง อาจมีผล ทำให้เจ้าหนี้สามารถเรียกคืนได้ทันทีทั้งจำนวน ดังนั้นเงินกู้ยืมระยะยาวได้แสดงเป็นเงินกู้ยืมระยะยาวที่เจ้าหนี้สามารถ เรียกคืนได้ทันที ภายใต้หนี้สินหมุนเวียน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2542 บริษัทย่อยได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศแห่งหนึ่งของ ยอดหนี้คงค้างทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 ประกอบด้วยเงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร เงินกู้ระยะสั้น และเงินกู้ยืม ระยะยาว จำนวน 10.53 ล้านบาท จำนวน 28.46 ล้านบาท และจำนวน 147 ล้านบาท ตามลำดับ เป็นหนี้เงินต้นใหม่ ตามสัญญาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 185.99 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างจ่าย จำนวน 23.39 ล้านบาท ตามสัญญาดังกล่าว ธนาคารมีสิทธิคิดดอกเบี้ยของหนี้เงินต้นในอัตรา MLR (ณ วันทำสัญญาเท่ากับร้อยละ 8.5 ต่อปี) ภายใต้สัญญาสรุปได้ ดังนี้ ธนาคารยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขให้บริษัทย่อยชำระหนี้เงินต้นเป็นรายงวดทุก 3 เดือน รวม 21 งวด ยกเว้นงวดที่ 1 ตามจำนวนเงินและตามเวลาที่กำหนดโดยเริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 31 ธันวาคม 2546 มีดังนี้ ภายในปี จำนวนเงินที่ต้องชำระ (ล้านบาท) 2546 145.86 2547 (งวดละ 1,547,400 บาท) 6.19 2548 (งวดละ 1,992,600 บาท) 7.97 2549 (งวดละ 2,145,000 บาท) 8.58 2550 (งวดละ 2,655,000 บาท) 10.62 2551 (งวดละ 1,691,623 บาท) 6.77 รวม 185.99 - ธนาคารตกลงยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขให้บริษัทย่อยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนดเป็นรายเดือน โดยเริ่มชำระตั้งแต่เดือน ที่ทำสัญญาเป็นต้นไป ดังนี้ ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ยที่จ่ายชำระ หรือดอกเบี้ยเทียบเท่าเดือนละ ร้อยละต่อปี พันบาท วันที่ 1 มกราคม 2542 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 0.5420 84 วันที่ 1 มกราคม 2544 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2544 1.3550 210 วันที่ 1 มกราคม 2545 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 2.7099 420 วันที่ 1 มกราคม 2546 ถึง 2551 MLR สำหรับส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่คิดคำนวณตามสิทธิของธนาคารคือ อัตรา MLR ต่อปี กับดอกเบี้ยที่คิดคำนวณตาม อัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรนตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว บริษัทย่อยยอมรับว่าจะชำระให้ธนาคารเมื่อบริษัทย่อย มีความสามารถ โดยขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทย่อยและความเห็นชอบของธนาคาร ถ้าบริษัทย่อยมีเงินสดคง เหลือจากการดำเนินงานภายหลังการจ่ายชำระหนี้ที่ต้องมีภาระต้องชำระอันเกิดจากการดำเนินงานโดยปกติแล้ว บริษัท ต้องนำเงินสดคงเหลือชำระให้ธนาคารเพิ่มเติม ดังนั้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2542 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2546 อันเนื่องมาจากบริษัทย่อยมีความไม่แน่นอนในความ สามารถในการจ่ายชำระที่ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทย่อย บริษัทย่อยจึงพิจารณาไม่ได้ตั้งดอกเบี้ยค้างจ่ายของ ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่คิดคำนวณตามสิทธิของธนาคารกับดอกเบี้ยที่คิดคำนวณตามอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรนตาม สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ หากบริษัทย่อยต้องพิจารณาที่จะตั้งดอกเบี้ยค้างจ่าย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 ที่คิดคำนวณตามสิทธิของธนาคาร จะต้องตั้งเพิ่มอีก 6.04 ล้านบาท และจำนวน 2.47 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระ บริษัทย่อยตกลงจะชำระให้แก่ธนาคารให้เสร็จสิ้นครบถ้วนภายในปี 2546 เป็นจำนวน 11.16 ล้านบาท และส่วนที่เหลือต้องชำระให้เสร็จสิ้นครบถ้วนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2556 2.5 ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ในปี 2539 บริษัทได้ตีราคาที่ดินเพิ่มจำนวน 834.57 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 12/2539 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2539 และได้บันทึกส่วนที่ตีราคาเพิ่มดังกล่าวเป็นส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ในส่วน ของผู้ถือหุ้น ต่อมาในเดือนมีนาคม 2542 บริษัทได้ตีราคาที่ดินใหม่เป็นส่วนใหญ่ตามราคาประเมินอิสระจำนวน 509 ล้านบาท ตามรายงานของผู้ประเมินอิสระ ลงวันที่ 4 มีนาคม 2542 โดยใช้วิธีเปรียบเทียบข้อมูลกับราคาตลาด ซึ่งได้มี การปรับมูลค่าที่ดินลดลงจำนวนประมาณ 390.85 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของบริษัท ครั้งที่ 8/2542 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 และ ครั้งที่ 31/2542 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2542 บริษัทได้บันทึกส่วนที่ตีราคา ดังกล่าวไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น ในปี 2539 บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ตีราคาที่ดินเพิ่มจำนวนประมาณ 185 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ บริหารของบริษัท ครั้งที่ 4/2539 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2539 และได้บันทึกส่วนที่ตีราคาเพิ่มดังกล่าวเป็นส่วนเกินทุน จากการตีราคาสินทรัพย์ในส่วนของผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ถืออยู่ในบริษัทย่อยจำนวนเงินประมาณ 94.61 ล้านบาท ต่อ มาในเดือนมิถุนายน 2542 บริษัทย่อยแห่งนี้ได้ตีราคาที่ดินใหม่ทั้งหมดตามราคาประเมินจำนวน 148.72 ล้านบาทตาม รายงานของผู้ประเมินอิสระ ลงวันที่ 14,18 และ 21 กันยายน 2542 โดยใช้วิธีเปรียบเทียบข้อมูลกับราคาตลาด ซึ่งได้ ปรับมูลค่าที่ดินลดลงจำนวนประมาณ 36.79 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของบริษัท ครั้งที่ 6/2542 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2542 บริษัทได้บันทึกส่วนที่ตีราคาลดลงดังกล่าวไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 บริษัทย่อยได้ตีราคาเรือทั้ง 2 ลำเพิ่มขึ้น จำนวน ประมาณ 96.06 ล้านบาท ตามมติที่ประชุม คณะกรรมการบริหารของบริษัท ครั้งที่ 11/2542 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542 และตามรายงานของผู้ประเมินราคาอิสระ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2542 โดยใช้วิธีพิจารณามูลค่าการใช้งานของเรือ บริษัทได้บันทึกส่วนที่ตีราคาเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็น ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ในส่วนของผู้ถือหุ้น 2.6 ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น บริษัทและบริษัทย่อยมีภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 ดังนี้ ล้านบาท ภาระค้ำประกันสินเชื่อให้แก่บริษัทในเครือ 52.57 หนังสือค้ำประกันที่ออกโดยสถาบันการเงินในนามบริษัท 1,463.85 ภาระค้ำประกันสินเชื่อให้แก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน 256.75 ภาระค้ำประกันสินเชื่อให้แก่บริษัทอื่น 56.56 เลตเตอร์ออฟเครดิต 0.58 บริษัทและบริษัทย่อยถูกฟ้องร้องดำเนินคดี 22.10 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 พันธบัตรรัฐบาลและเงินประกัน จำนวน 30.68 ล้านบาท ใช้เพื่อค้ำประกันเงินรับล่วงหน้า ค้ำประกันการปฎิบัติตามสัญญา และค้ำประกันความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้าง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 บริษัทย่อย มีข้อพิพาทในเรื่องจ้างทำของเกี่ยวกับการผิดสัญญาจ้างการพัฒนาเหมือง และ การทำเหมืองหินป้อนโรงโม่เป็นทุนทรัพย์ ที่ฟ้องประมาณ 174.07 ล้านบาท และบริษัทย่อยได้ยื่นเรียกค่าเสียหายกลับโจทย์ในฐานผิดสัญญาเช่นเดียวกัน จำนวนประมาณ 142.89 ล้านบาท ซึ่งข้อพิพาททั้งสองยังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาของสำนักงานอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม จึงยังไม่ทราบผล 2.7 การจำแนกข้อมูลทางการเงินตามส่วนงาน บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจ งานก่อสร้าง ขายสินค้า และให้บริการ และดำเนินธุรกิจในส่วนงานหลักทาง ภูมิศาสตร์เดียว คือ ในประเทศไทย ข้อมูลจำแนกตามส่วนงานจำแนกตามประเภทส่วนงานทางธุรกิจในงบการเงินรวมสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2543 งานก่อสร้าง การขาย การให้บริการ รวม ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท รายได้ 661.27 11.64 22.11 695.02 ต้นทุนขาย (652.68) (56.11) (3.39) (712.18) กำไรขั้นต้น 8.59 (44.47) 18.72 (17.16) ข้อมูลจำแนกตามส่วนงานจำแนกตามประเภทส่วนงานทางธุรกิจในงบการเงินรวมสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2542 งานก่อสร้าง การขาย การให้บริการ รวม ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท รายได้ 872.96 76.12 3.29 952.37 ต้นทุนขาย (806.51) (66.27) (4.15) (876.93) กำไรขั้นต้น 66.45 9.85 (0.86) 75.44 2.8 การจัดประเภทรายการใหม่ งบการเงินบางรายการสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2542 และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 ที่นำมาแสดง เปรียบเทียบได้จัดประเภทรายการใหม่ให้สอดคล้องกับงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2543